สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ (13 กุมภาพันธ์) ถึงการตุ้มตุ๋นหลอกเอาเงินทางออนไลน์ที่กลุ่มนักต้มตุ๋นมักพุ่งเป้าหมายการหลอกเอาเงินไปที่กลุ่มเหยื่อซึ่งเป็นคนโดดเดี่ยวที่ถวิลหาความรัก
โดยนางดีเลีย ริกคาร์ด รองประธานคณะกรรมาธิการการแข่งขันและผู้บริโภคของออสเตรเลีย (เอซีซีซี) แถลงว่า การต้มตุ๋นโดยใช้ความรักเป็นเครื่องมือล่อ ได้ทำให้ออสเตรเลียสูญเงินไปมากกว่าการฉ้อโกงในรูปแบบอื่นๆ โดยกลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมักเป็นกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป ที่ตกเป็นเหยื่อตุ๋นรักออนไลน์ ในช่วงวันวาเลนไทน์นี้ที่มีผู้กำลังมองหาความรัก ก็ให้ตระหนักถึงสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ เพราะนักต้มตุ๋นที่เข้ามาล่อลวงมักจะสร้างประวัติให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งรวมถึงวิธีการขโมยข้อมูลของบุคคลที่น่าเชื่อถือมาใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นด้วย

ขณะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียและสิงคโปร์แถลงผลการจับกุมผู้ต้องสงสัย 27 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวไนจีเรีย 11 คน ซึ่งถูกจับกุมในระหว่างการปฏิบัติการร่วมกันกวาดล้างเครือข่ายหลอกต้มคนหาคู่ทางออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่มาเลเซียระบุว่า ในปี 2016 ที่ผ่านมา นักต้มตุ๋นแก๊งนี้ได้หลอกต้มเอาเงินไปจากเหยื่อในประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ราว 108 ราย ได้เงินไปรวมกันมีมูลค่า 21.6 ล้านริงกิต หรือมากกว่า 173 ล้านบาท โดยของกลางที่ใช้ในการต้มตุ๋นหลอกลวงเหยื่อที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และบัตรเอทีเอ็ม
ด้านนายอาครีล ซานี ผู้อำนวยการกองสืบสวนอาชญากรรมทางธุรกิจของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ผู้ตกเป็นเหยื่อมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในจำนวนนี้เป็นชาวสิงคโปร์ 43 ราย และชาวมาเลเซีย 65 ราย ที่มีผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีเครือข่ายแก๊งต้มตุ๋นในลักษณะนี้ปฏิบัติการอยู่ในประเทศมาเลเซียอีกหลายเครือข่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป โดยผู้กระทำผิดจะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี
ขณะที่นายเดวิด จิว ผู้อำนวยการกรมการค้าพาณิชย์ของสิงคโปร์ชี้ว่า การต้มตุ๋นทางออนไลน์นับวันยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นและทำกันข้ามประเทศมากยิ่งขึ้น
แฟ้มภาพ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตฯ ร้อง สนช. ค้านกกท. หนุน ?เกมออนไลน์? เป็นกีฬา ชี้ เยาวชนไทยยังไม่พร้อม – รู้ไม่เท่าทันสื่อ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา นางศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย พร้อมด้วย
หลายครั้งที่เราได้ยินเรื่องราวของ “ภัยจากโลกออนไลน์” เช่น การขโมยหรือล่อลวงเงินในบัญชีผ่านการสนทนาทาง Facebook (เฟซบุ๊ก) หรือ การแฮกเข้าบัญชีส่วนตัว Facebook (เฟซบุ๊ก) แล้วสวมรอยเป็นเราทำทีเป็นขอยืมเงินเพื่อนหรือคนใกล้ชิดของเราให้โอนเงินไปยังบัญชีปลายทางของคนร้าย ซึ่งก็มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย และเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ก็ยังคงออกอาละวาด สร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของทรัพย์สินและผู้ที่ถูกสวมรอยเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ (เฮ้อ!!)
หลายครั้งที่เรามักจะอยาก แชร์ Loaction หรือ เช็คอินสถานที่ ที่เรากำลังอยู่ ณ ตอนนั้น ลงในโลกโซเชียล เพื่ออยากให้ใครต่อใครได้รับรู้ว่าเรามาถึงที่นี่แล้วนะ เราอยู่ที่นี่แล้วนะ และนั่นก็เป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นเครื่องมือในการทำสิ่งที่ไม่ดีได้อย่างง่ายๆเลย